Our Brands

Impact-Company-Logo-English Black-01-177x54

Welcome to the Schneider Electric Website

Welcome to our website.
		
How can we help you today?
Smart City เมืองน่าอยู่และยั่งยืน

Smart City คืออะไร?

Smart City คือ เมืองอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

แนวคิด Smart City ไม่ได้หมายถึงการมีอาคารสูงหรือสิ่งปลูกสร้างล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานกับเทคโนโลยี เช่น ระบบ IoT ที่ตรวจจับข้อมูลสิ่งแวดล้อม, AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล, Cloud Computing ที่เชื่อมต่อบริการสาธารณะ และ 5G ที่ทำให้ทุกอย่างสื่อสารได้แบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้ช่วยให้เมืองสามารถวางแผนและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

เป้าหมายของ Smart City คือ “การทำให้เมืองน่าอยู่และยั่งยืน” ประชาชนสามารถเข้าถึงการเดินทางที่สะดวก บริการสุขภาพที่รวดเร็ว ระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการปกครองที่โปร่งใส การมี Smart City ไม่เพียงตอบโจทย์ความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยวางรากฐานด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมสำหรับอนาคต

SmartCity

Smart City มีอะไรบ้าง

Smart City มีองค์ประกอบหลัก 7 ด้าน ได้แก่

  • Smart Mobility (การคมนาคมอัจฉริยะ) การใช้เทคโนโลยีช่วยให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัย เช่น รถไฟฟ้า รถ EV ระบบขนส่งสาธารณะอัจฉริยะ และการจราจรที่จัดการด้วย AI
  • Smart Energy (พลังงานอัจฉริยะ) ระบบไฟฟ้าและพลังงานทดแทน เช่น Smart Grid, โซลาร์เซลล์, และโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยประหยัดพลังงาน
  • Smart Environment (สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ) การจัดการคุณภาพอากาศ ขยะ และทรัพยากรน้ำ ด้วย IoT และระบบตรวจวัดแบบเรียลไทม์
  • Smart Governance (การบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ) รัฐบาลและเทศบาลใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารเมือง เช่น Open Data, e-Government และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • Smart Living (การใช้ชีวิตอัจฉริยะ) เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดี มีเทคโนโลยีด้านสุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัยที่ทันสมัย
  • Smart People (ประชาชนอัจฉริยะ) การพัฒนาคนให้พร้อมใช้เทคโนโลยี เช่น Digital Literacy การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง
  • Smart Economy (เศรษฐกิจอัจฉริยะ) สนับสนุนธุรกิจดิจิทัล สตาร์ทอัพ และเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีใดที่ใช้ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมีอะไรบ้าง?

เทคโนโลยีหลักของเมืองอัจฉริยะ ได้แก่ IoT, AI, Big Data, Cloud Computing, Blockchain และเครือข่าย 5G ที่ช่วยทำให้การจัดการเมืองเป็นไปอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน

  • Internet of Things (IoT) เซ็นเซอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่สามารถเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ตรวจวัดคุณภาพอากาศ การจราจร ปริมาณขยะ และการใช้พลังงาน
  • Artificial Intelligence (AI) & Machine Learning นำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาวิเคราะห์เพื่อทำนายและตัดสินใจ เช่น ระบบควบคุมการจราจรอัจฉริยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Big Data & Analytics การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อใช้วางแผนพัฒนาเมืองอย่างมีหลักฐานรองรับ
  • Cloud Computing ช่วยจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าถึงและใช้ข้อมูลได้สะดวก
  • 5G & Network Infrastructure โครงข่ายการสื่อสารความเร็วสูง รองรับ IoT และบริการที่ต้องใช้การตอบสนองทันที เช่น รถไร้คนขับ
  • Smart Grid & Renewable Energy ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่เชื่อมกับพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และการจัดเก็บด้วยแบตเตอรี่

Smart City มีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง

ข้อดีของ Smart City

  1. การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
    • ใช้ IoT และ Big Data ทำให้สามารถวัดและบริหารการใช้น้ำ ไฟฟ้า และพลังงานได้อย่างคุ้มค่า
    • ลดการสูญเสียพลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน
  2. คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น
    • การเดินทางสะดวกขึ้นด้วย Smart Mobility เช่น ขนส่งสาธารณะอัจฉริยะและการจัดการจราจรด้วย AI
    • ระบบสุขภาพและความปลอดภัยที่ทันสมัย ช่วยให้คนในเมืองอยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพดี
  3. สิ่งแวดล้อมยั่งยืน
    • ใช้ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ ขยะ และน้ำแบบเรียลไทม์
    • สนับสนุนการสร้างเมืองสีเขียว ลดมลพิษ และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
  4. การบริหารจัดการโปร่งใสและรวดเร็ว
    • ภาครัฐสามารถใช้ Open Data และ e-Government ทำให้บริการสาธารณะรวดเร็วขึ้น และประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
  5. การกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล
    • สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เช่น Startup, FinTech, และเทคโนโลยีดิจิทัลที่ต่อยอดได้

ข้อเสียและความท้าทายของ Smart City

  1. ค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง
    • การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น 5G, IoT, Smart Grid ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
    • เมืองเล็กหรือประเทศกำลังพัฒนาอาจเข้าถึงได้ยาก
  2. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์
    • เมื่อทุกอย่างเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ย่อมเสี่ยงต่อ การโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber Attack)
    • ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกละเมิดได้
  3. ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
    • ประชาชนที่ไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยีอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
    • ช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide) อาจขยายมากขึ้น
  4. ความซับซ้อนในการบริหารจัดการ
    • การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานต้องมี มาตรฐานเดียวกัน
    • หากระบบล่มหรือขัดข้อง อาจกระทบกับประชาชนทั้งเมือง
  5. การยอมรับของสังคม
    • คนบางกลุ่มอาจกังวลเรื่อง การเก็บข้อมูลและการเฝ้าติดตาม (Surveillance)
    • ทำให้เกิดข้อถกเถียงด้านสิทธิส่วนบุคคล

Schneider Electric Thailand

Explore more
Product:
Users group

Discuss this topic with experts

Visit our community and get advice from experts and peers on this topic and more
Explore more
Product:
  • Products Documentation
  • Software Downloads
  • Product Selector
  • Product Substitution and Replacement
  • Help and Contact Center
  • Find our Offices
  • Get a Quote
  • Where to buy
  • Schneider Electric Community
  • Careers
  • Company Profile
  • Report a misconduct
  • Accessibility
  • Investors
  • EcoStruxure
  • Job Search
  • Blog
  • Privacy Policy
  • Cookie Notice
  • Terms of use
  • Change your cookie settings